บทเพลงแห่งจันทรา (Song of the Moon) | EP.31 (FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [บทเพลงแห่งจันทรา] [ตอนที่ 31] [นั่นคืออะไร] ต้นสาละมีแสงเปล่งประกายออกมาเสียได้ -เจ้าดูสิ -นี่คือ [พลังแห่งราชาปีศาจของท่านประมุข] นี่ท่านประมุข กำลังค้นหาอะไรหรือ เหตุใดถึงได้ยุ่งยากเช่นนี้ [ถึงขั้นที่ต้องใช้พลังวิญญาณราชาปีศาจ ออกมาทั้งหมด] [ศิลาดาราพันมายา] [เมื่อมียานี้แล้ว] น่าจะช่วยเหลือหลิ่วเซาได้ [หลิ่วเซาน้อย] [เจ้ามาขอความช่วยเหลือจากข้านั้นถูกต้องแล้ว] [ค่ายกลเมี่ยวฮวาดวงดาราทั้งหก] [มา] [เอาบันทึกโบราณล้ำค่าของเจ้ามาให้ข้าดูหน่อย] [ค่ายกลเมี่ยวฮวาดวงดาราทั้งหก] [รอวันที่มีสุริยุปราคาจึงจะสำแดงออกมาได้] นี่ไม่ยากเลย สามวันหลังจากนี้ก็จะมีสุริยุปราคา เหมาะพอดี จริงหรือ แต่ค่ายกลนี้ ผนึกด้วยพลังเทพ ยากยิ่งกว่าที่ราชาปีศาจ ผนึกเทพธิดาเจ๋อสุ่ยในสมัยนั้นอีก ทั้งยังต้องให้เจ้าตำหนักของสามตำหนักช่วยเหลือ นี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ เจ้าวางใจเถอะ ฝั่งศิษย์พี่ของข้าและผู้อาวุโสเซียนเวิงนั้น ข้าจะกลับไปพูดเกลี่ยกล่อม แล้วอีกอย่าง ห่างจากจันทรุปราคาเพียงไม่กี่วันแล้ว ข้าไม่อยากให้เขาเสียใจอีก ถ้าหากเจ้า ยอมบอกเรื่องนี้ให้ลั่วเกอฟัง จะลดความยุ่งยากลงไปมากเลยนะ ไม่ได้ เรื่องนี้ ข้าต้องรับไว้เพียงผู้เดียวเท่านั้น [เขาน่ะ] [ก็เป็นไปได้มากที่เฝ้าคอยว่า พลังวิญญาณของพวกเจ้าไม่หักล้างกันอีก] [ศิษย์พี่] [เซียนเวิงตกปากรับคำแล้ว] ท่านก็ช่วยเหลือหลิ่วเซาน้อยเถอะนะ ให้ช่วยเหลือนาง ก็มิใช่ว่าจะทำไม่ได้ เพียงแต่ว่า
เรื่องนี้ หากลั่วเกอจัดการเจ้าในภายหลัง เจ้าจะทำเช่นไร ถ้าท่านพูดเช่นนี้ก็ดูแปลก ๆ อยู่นะ บางทีลั่วเกออาจจะรู้ตั้งนานแล้ว รู้ตั้งนานแล้วน่ะหรือ ถ้าเจ้าเข้าใจผิดไป เจ้าจะทำอย่างไร เมื่อท่านพูดเช่นนี้ ก็รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยนะ แต่ทันทีที่ลั่วเกอออกมาจากถ้ำหยินหยาง ก็ให้พวกเราคิดหาวิธี บำรุงร่างกายให้หลิ่วเซา ก็น่าจะรู้แล้วละ อยากเตรียมความพร้อมให้ดีตั้งแต่เนิ่น ๆ ใช่หรือ หลิ่วเซา พรุ่งนี้ก็จะผนึกพลังเทพแล้ว เจ้าเตรียมพร้อมแล้วจริงหรือ ซางอวี้หรงช่วยข้าเชิญผู้อาวุโสเซียนเวิง และเจ้าตำหนักจั๋วมาช่วยเหลือแล้ว น่าจะไม่เกิดเรื่องผิดพลาดหรอก ได้ งั้นข้ากินแตงพลาง ช่วยส่งกำลังใจให้เจ้าพลาง แต่ว่าข้าก็ยังไม่อาจวางใจได้ ข้ายังคงรู้สึกได้ว่าจะมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น เหมือนว่าท่านเทพเย่าหลิง มีเรื่องอะไรที่อยากจะบอกข้า เรื่องนี้สร้างความกังวลใจให้ข้ามาตลอด ท่านเทพเย่าหลิง ไม่อยากให้ข้าผนึกใช่หรือไม่ ข้ารู้สึกว่าเจ้ายังไม่ได้คิดให้ดี พลังเทพเจ้าเย่าหลิง นั่นไม่ใช่สิ่งที่ดีอะไรเลย ไม่พูดเรื่องพวกนั้นแล้ว รอให้หลังจากที่เจ้าผนึกเสร็จสิ้น เจ้ากับท่านพี่ของข้า ก็จะไม่หักล้างกันแล้วมิใช่หรือ ถึงตอนนั้นก็อยู่ด้วยกันอย่างวางใจได้แล้ว [หากลั่วเกอรู้แล้ว] [ก็คงจะดีใจกระมัง] [เหตุใดบ่อละลายกระดูก จึงมีไอมรณะอย่างฉับพลันมากเช่นนี้] [รีบไปเชิญเซียนเวิงมา] เจ้าตำหนักจั๋ว เกิดเหตุอันใดขึ้น วันนี้นักพรตเซี่ยบอกว่าจะไปสักการะศิษย์น้อง ไปได้ไม่นาน ไอมรณะที่อยู่ภายในก็เริ่มเคลื่อนตัว อย่างแปลกประหลาดโดยฉับพลัน ฉะนั้นจึงรีบทูลรายงานเซียนเวิง
เพื่อให้นักพรตอื่น ๆ ช่วยเสริมค่ายกล คิดไม่ถึงว่าท่านเจ้าตำหนักจะมาด้วยตนเอง พวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ข้าจะเข้าไปดูเสียหน่อย ขอรับ [จั๋วชิวเสียน] [อ้อ ไม่ถูก] [บัดนี้เป็นเจ้าตำหนักจั๋วแล้ว] ใครกันที่ทำตัวโอหังอยู่ในที่แห่งนี้ [ช่างน่าเกรงขามเหลือเกินนะ] [เจ้าตำหนักจั๋ว] [บัดนี้เจ้าประสบความสำเร็จมีความสุขดี] [คงจะลืมคำสั่งเสียก่อนตาย] [ของท่านอาจารย์เจ้าในตอนนั้นนานแล้วกระมัง] เกี่ยวอะไรกับท่านอาจารย์ข้า [ข้าพูดไม่ถูกอย่างนั้นหรือ] [หากอดีตเจ้าตำหนักซาง เห็นลูกชายเพียงคนเดียวของเขา] [ที่พันปีมานี้空ยังบำเพ็ญตบะได้เพียงชั้นนักพรต] [จะผิดหวังช้ำใจหรือไม่เล่า] พูดจาเหลวไหล [ถึงตอนนั้น] [เจ้าจะยังมีบารมีดั่งเช่นตอนนี้อยู่หรือไม่] ไสหัวไป [นี่มันอะไรกัน] [เหตุใดจึงปรากฏภาพมายาเช่นนี้ได้] บ่อละลายกระดูกเกิดความผิดปกติบางอย่าง พวกเจ้าต้องคอยระมัดระวังไว้เสมอ หากมีความผิดปกติอันใดเกิดขึ้น ให้กลับมารายงานทันที – ขอรับ – ขอรับ หลิ่วเซา วางใจเถอะ ข้ายังมีน้ำตาครึ่งปีศาจของเจ้าอยู่ จริงด้วย เจ้าจะต้องทำได้สำเร็จแน่ [การผนึกพลังเทพเย่าหลิง] ในระหว่างนั้น [จะเจอกับอันตรายที่มากกว่าปกติ] [หากตอนนี้เจ้าคิดเสียใจขึ้นมา] [ก็ยังทัน] [หลิ่วเซา] [เจ้าคิดดีแล้วใช่หรือไม่] การผนึกพลังเทพ ถึงอย่างไรก็เป็นเรื่อง ที่มิเคยมีมาก่อนในหมื่นปีมานี้ ข้ารู้ชัดเจนดี เพื่อสามพิภพ เพื่อลั่วเกอแล้ว
นี่คือการตัดสินใจของข้า นี่คือ กำลังผนึกพลังเทพ [พลังเทพกำลังต่อต้านค่ายกล] ทำต่อเถิด เปลี่ยนค่าย [บัดนี้เจ้าประสบความสำเร็จมีความสุขดี] [คงจะลืมคำสั่งเสียก่อนตาย] [ของท่านอาจารย์เจ้าในตอนนั้นนานแล้วกระมัง] พวกเจ้าอย่าคิดว่าจะทำได้เลย อาวุธของท่านเทพเย่าหลิง [วงมงกุฎ] เรียกวงมงกุฎออกมาเสียได้หรือนี่ เจ้าแน่ใจหรือว่าศัตรูของเจ้าคือข้า มิใช่คนผู้นั้นที่อยู่ใต้ศิลาจารึกสี่ฤดู [เหตุใดวงมงกุฎจึงโจมตีชิวเสียน] [ดูท่าแล้วชิวเสียน] [คงได้รับผลกระทบ จากกลิ่นอายความชั่วร้ายแล้วเป็นแน่] [ลั่วเกอ] ข้าต้านทานไว้ไม่ไหวแล้ว รีบช่วยข้าเร็วเข้า [ซางอวี้หรง] [จัดการดูแลศิษย์พี่เจ้าให้ดี] [แล้วมาหาข้าที่ตำหนักฉงหัว] [ลั่วเกอ] [ผนึกสำเร็จแล้วหรือไม่] [หลิ่วเซา] [ทำเช่นนี้] คุ้มค่าแล้วหรือ ขอแค่ท่านไม่ต้องลำบากเพราะข้าอีก ขอแค่พลังวิญญาณของเราไม่หักล้างกันอีก ข้าก็รู้สึกว่าคุ้มค่าแล้ว พลังเทพเจ้าเย่าหลิงคือโอกาสของเจ้า เดิมสามารถใช้เพื่อเพิ่มพูนวิชาเทพใช้เจ้าได้ ข้ามิได้ปรารถนาถึงสิ่งเหล่านั้นเลย ท่านเองก็รู้จักข้าดีมิใช่หรือ สิ่งที่ข้าต้องการ ก็มีเพียงการได้อยู่กับท่าน พวกเราได้อยู่ด้วยกัน นั้นย่อมเป็นเรื่องที่ดีกว่าสิ่งใด แต่เรามิได้มีเพียงกันและกัน แต่ยังต้องรับผิดชอบต่อทั้งสามพิภพด้วย แต่ข้ามีเพียงท่านเท่านั้นนะ ข้ารู้ว่าท่านต้องรับผิดชอบต่อทั้งสามพิภพ ข้าจะทำให้ท่านได้รับผลกระทบมิได้ ตอนนี้เช่นนี้ ก็ถือว่าทำได้ครบทั้งคู่มิใช่หรือ ข้าเพียงแต่รู้สึกว่าทำเช่นนี้มันไม่คุ้มค่า จริง ๆ แล้ว เจ้าก็น่าจะเข้าใจได้ดี แต่ข้าคิดว่ามันคุ้มค่ามากแล้ว เมื่อกล่าวถึงสามพิภพแล้ว
ข้าพาเจ้าไปดูที่โลกมนุษย์ดีหรือไม่ เจ้าจะได้ตระหนักรู้ ถึงพลังเทพเจ้าเย่าหลิงของเจ้าเสียหน่อย ว่ามีค่าและสำคัญมากเพียงใด ได้สิ [ศิษย์พี่] ศิษย์พี่ ท่านฟื้นแล้วหรือ อาหรง เกิดอะไรขึ้นหรือ ก็คือ ก็คือ เกิดปัญหาขึ้นนิดหน่อยตอนที่ผนึกพลังเทพหลิ่วเซา [พวกเจ้าอย่าคิดว่าจะทำได้เลย] ข้าเกือบจะทำลายค่ายกล ทำร้ายหลิ่วเซา เปล่านะ เปล่า หลิ่วเซาปกติดี มีลั่วเกอคอยคุ้มครองนางอยู่ จะเกิดเรื่องได้อย่างไรเล่า นี่ยังไม่เรียกว่าเกิดเรื่องอีกหรือ หากลั่วเกอไม่ปรากฏตัวได้ทันเวลา ไม่แน่ว่าหลิ่วเซานางอาจจะ… วันนั้นข้าเป็นอะไรไปกันแน่ ศิษย์พี่ ท่านอย่ากังวลไปเลย ข้าไปถามมาแล้ว ก็คือ ตอนที่ท่านไปที่บ่อละลายกระดูก ไม่ทันระวังถูกไอมารแปดเปื้อนเข้าให้ จึงได้ จึงได้ถูกทำให้สติปัญญาสับสนชั่วคราว ข้าถูกทำให้สติปัญญาสับสน เป็นไปไม่ได้ เป็นไปไม่ได้ จิตใจใฝ่ธรรมของข้าเต็มเปี่ยม จะถูกทำให้สติปัญญาสับสนได้อย่างไรกัน ข้ารู้ ท่านอย่าเพิ่งกังวลไปก่อนเลย ข้ารินชาให้ท่านสักแก้ว ดีหรือไม่ [จนบัดนี้ซางอวี้หรง ก็ยังมิอาจฝึกฝนเป็นเซียนชั้นสูงได้] [ทำให้อดีตเจ้าตำหนักซางต้องขายหน้า] [ลั่วเกอกดเขาไว้ถึงเพียงนั้นแล้ว] [จะไปมีโอกาสเลื่อนขั้นได้อย่างไรกันเล่า] ท่านจะกระทบต่ออาหรงของข้าไม่ได้ ศิษย์พี่ ศิษย์พี่ ศิษย์พี่ ในบ่อละลายกระดูก มีไอมรณะที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน ตอนนี้ศิษย์พี่เจ้าเป็นปกติแล้ว ศิษย์พี่
กลิ่นอายความชั่วร้ายนี้ ที่กระทบต่อสติปัญญาของเจ้าตำหนักจั๋ว น่าจะมาจากศิลาจารึกสี่ฤดู มีคนใช้ไอมรณะในบ่อละลายกระดูกมาบังหน้า ทำลายการป้องกันของเจ้าตำหนักจั๋ว จนทำให้สติปัญญาของนางสับสน แต่ว่า ศิษย์พี่ข้ามุมานะบำเพ็ญเพียรเสมอมา เหตุใดนางจึงถูกกลิ่นอายความชั่วร้ายล่อลวงได้ เดิมทีกลิ่นอายความชั่วร้าย ก็มาจากความไม่รู้จักพอของคนเรา ศิษย์พี่เจ้ามีเรื่องที่ต้องแบกรับอยู่มาก สุดท้ายจึงถูกความคิดยึดมั่นนั้นย้อนมาควบคุม การทำเรื่องผิดพลั้งบางอย่างลงไป ก็เป็นอารมณ์ปกติของมนุษย์ ล้วนแต่เป็นเพราะข้า ศิษย์พี่จึงได้เป็นเช่นนี้ ซางอวี้หรง ช่วงเวลานี้ กลิ่นอายความชั่วร้ายได้ถูกปลุกขึ้นมาแล้ว แต่ว่า มันคิดจะทำให้ข้าอ่อนแอลง ข้าจะพาหลิ่วเซาไปจากที่นี่สักหลายวัน ต้องการให้เจ้าช่วยเหลือช้า ข้าจึงจะไปจากที่นี่ได้อย่างสบายใจ ครั้งนี้ที่ข้าไป ก็เพื่อที่จะไปตามหา วิธีแก้ไขกลิ่นอายความชั่วร้าย ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในขณะนี้ [บางที] [ข้าอาจจะหาความช่วยเหลืออื่นเจอโดยบังเอิญได้] คิดถึงเซาเอ๋อร์อีกแล้วหรือ ท่านว่ามาสิ ตัวท่านน่ะ เซาเอ๋อร์อยู่ที่ตำหนักเซียน ท่านยังมีอะไรที่ไม่อาจวางใจได้อีกเล่า การที่เซาเอ๋อร์ไปอยู่ที่ตำหนักเซียนได้ คือวาสนาของนาง ผู้อื่นบำเพ็ญเพียงใดก็ไม่อาจทำได้เช่นนางนะ เฮ้อ ลูกสาวที่น่ารักของข้า หากอยู่ข้างกายข้าได้ก็คงจะดี [ท่านพ่อ] [ลูกสาวที่น่ารักของท่านกลับมาแล้ว] ท่านพ่อ ท่านแม่ [เซาเอ๋อร์] [เซาเอ๋อร์] [เซาเอ๋อร์ของพ่อ] [เซาเอ๋อร์] [เซาเอ๋อร์ลูกเอ๋ย] เซาเอ๋อร์ เซาเอ๋อร์ นี่คือเซาเอ๋อร์ของเราน่ะหรือ [เซาเอ๋อร์]
เซาเอ๋อร์ของเราเก่งกาจแล้ว [บัดนี้ได้เป็นเทพธิดาแล้ว] วันนี้ข้าตั้งใจกลับมาหาพวกท่านเลยนะ แล้วข้าก็ยังพา ลั่วเกอ [รีบมาเจอกับท่านพ่อท่านแม่ข้าสิ] ได้สิ ลู่หลี [ไม่ใช่หรอก] [เขาเป็นเซียนชั้นสูงของตำหนักเซียน] ที่แท้ก็เป็นเซียนชั้นสูงหรอกหรือ เซาเอ๋อร์ของเรา [ต้องฝากให้ท่านดูแลแล้วละ] [ลูกสาวเราช่างเก่งกาจจริง ๆ] [ไม่เพียงแต่เป็นศิษย์ตำหนักเซียน ที่คุ้มครองโลกมนุษย์] [แต่ยังพาเซียนชั้นสูงกลับบ้านมาด้วย] [ท่านรู้หรือไม่] [ครั้งแรกที่ข้าได้พบกับเทพเมื่อตอนเด็ก ๆ] [ก็คือที่นี่] [ฉะนั้น] [เจ้าได้เริ่มต้นจากสถานที่แห่งนี้] [เปลี่ยนแปลงโชคชะตาไป] [กลายเป็นผู้ที่ปกป้องสามพิภพ] [สิ่งที่ท่านพูดมา] [ท่านเซียนก็เหมือนว่าจะเคยพูดกับข้านะ] วันนี้หวังเจี่ยน ตั้งใจนัดพวกเรามา หลิ่วเซา [ท่านเซียนลั่วเกอ] [ตั้งแต่พี่ใหญ่กลับไป] [ข้าก็จดจำไว้เสมอเชียวนะ] [ว่าต้องส่งให้คนมาทำความสะอาดที่นี่] [- ชนแก้ว – ชนแก้ว] [ความสามารถของเจ้าเช่นนี้] ยังต้องให้เจ้าจดจำอีกหรือ ยังต้องกลัวว่าจะไม่มีคนมาทำความสะอาดด้วยหรือ [พี่ใหญ่ พี่สะใภ้] [พวกท่านไม่รู้หรอกว่า] นับตั้งแต่ที่พวกท่านกลับตำหนักเซียนไป ที่นี่แทบจะกลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว [ทุกวันจะมีชาวบ้านมาขอพร] นี่พวกเจ้าสองคนทำอะไรไปน่ะ ก็ไม่ได้ทำอะไรหรอก ก็แค่เผยแพร่ข่าวออกไปว่าท่านเซียนลั่วเกอ สร้างเขตอาคมสำนักอู่หยางโหวใหม่ กำราบอ๋าวอินให้สงบ แล้วยังมีเรื่องที่ทำให้โลกมนุษย์สงบสุขอีก ทุกครั้งที่พอถึงช่วงเทศกาล
ก็จะมีคนตั้งใจเดินทางมาที่นี่ ปล่อยโคมอธิษฐานสวรรค์เพื่ออธิษฐานด้วยนะ [เคารพนับถือมากเลยละ] [ท่านว่า] [สิ่งที่ตำหนักเซียนมี] [โลกมนุษย์ก็มีทั้งนั้น] แต่สิ่งที่โลกมนุษย์มี ตำหนักเซียนอาจจะไม่มี เพราะอะไรกัน ทุกคนถึงได้อยากจะบำเพ็ญเป็นเซียนกันน่ะ เจ้าดูสิ ความงดงามเหล่านี้ของโลกมนุษย์ ก็เป็นเพราะว่ามีคนปกป้องคุ้มครองอยู่ [เพื่อปกป้องความงดงามเหล่านี้ไว้] [จึงได้มีตำหนักเซียน] [จึงได้มีคนเช่นอู่หยางโหวนั่น] [พยายามฝึกตนเป็นเซียน] พอเห็นมนุษย์ธรรมดายังต้องพยายามใช้ชีวิต ผู้ฝึกตนเป็นเซียนก็ยิ่งต้องมุมานะบากบั่น เจ้าครอบครองพลังเทพเจ้าเย่าหลิง ก็ชัดเจนพอที่จะพิสูจน์ได้ว่า [เจ้าคิอคนที่ถูกบัญชาสวรรค์เลือกไว้แล้ว] [อย่าได้หยุดยั้งการพัฒนาตนของเจ้าไปเสียเปล่า] [เพียงเพื่อเรื่องความส่วนตัวของตนเอง] อืม [บัญชาสวรรค์] เจ้าว่าอะไรนะ ลั่วเกอพาหลิ่วเซา ไปที่โลกมนุษย์ตามลำพังอีกแล้วหรือ ขอรับ หากตำหนักเซียนมีเรื่องใด ให้เจ้าตำหนักซางเป็นผู้ดูแลแทน นี่มันเรื่องเหลวไหลชัด ๆ เจ้าออกไปเถอะ ขอรับ ลั่วเกอหนอลั่วเกอ เจ้าบ้าไปแล้วหรือไม่ จึงได้ทิ้งตำหนักเซียนไปเช่นนี้ เจ้ายังคิดอยากจะเลื่อนเป็นเทพอยู่หรือไม่กันแน่ ไม่ได้การ ข้าไม่ควรรับปากเขา ทำเรื่องที่ทำลายอนาคตตนเองเช่นนี้ [แบบนี้ก็ดีกว่ามิใช่หรือ] [ลั่วเกอลุ่มหลงในรัก] [นี่ถึงจะเป็นโอกาสของเจ้า] ใคร ใครกัน เจ้าเป็นใคร [ข้าคือใคร] [ข้าก็คือเจ้าอย่างไรเล่า] [หรือเจ้าลืมไปแล้ว] [ถึงเรื่องที่เจ้าทำไปใช่หรือไม่] ไม่ ไม่ใช่
ข้าไม่ได้เป็นคนทำเรื่องพวกนั้น ไม่ใช่ ลั่วเกอ อยากจะปกป้องสามพิภพ เจ้าลองทายดูสิว่า ข้าจะเตรียมของขวัญเช่นไร ไว้ให้กับเจ้ากันน่ะ จะน่าประหลาดใจถึงเพียงใด [สิ่งที่ผู้คนบนโลกปรารถนา] [ก็เป็นเพียงน้ำสะอาด] [มีข้าวกิน] [หากไม่มีผู้ที่ปกป้องให้ปลอดภัย] [เช่นนั้นพวกปีศาจร้ายคงได้กำเริบเสิบสาน] [โลกมนุษย์คงกลายเป็นดั่งนรกภูมิ] [เรือใหญ่ย่อมรับน้ำหนักมาก ม้าดีย่อมวิ่งได้ไกล] [เจ้าสืบทอดพลังเทพเจ้าเย่าหลิง] [เจ้าย่อมต้องรับผิดชอบต่อโลกมนุษย์แห่งนี้ส่วนหนึ่ง] ข้าเข้าใจในสิ่งที่ท่านต้องการจะเอ่ย แต่ลั่วเกอ ท่านรู้หรือไม่ การได้มาซึ่งพลังเทพเจ้าเย่าหลิง มิใช่ความปรารถนาของตัวข้าเองเลย บางครั้ง ข้ารู้สึกว่าตัวข้า ก็เหมือนกับเงา ทำได้เพียงใช้ชีวิตของผู้อื่น [ข้าได้ขอให้เฮอน่าตามหาศิลาดาราพันมายาแล้ว] [น่าจะช่วยให้เจ้าบำเพ็ญตบะได้เร็วยิ่งขึ้น] [ท่านประมุข] [ท่านอยากถามอันใด] [ก็ถามมาเถิด] [อย่าได้อ้ำอึ้งอีกเลย] ศิลาดาราพันมายานั่น เดิมเป็นยาวิเศษที่ใช้เพิ่มพลังวัตร แม่นางหลิ่วเซาทำการผนึกพลังเทพ ก็มิได้เหมาะกับนางสักเท่าใดนักมิใช่หรือ [แล้วเหตุใดท่านจึงได้…] หลิ่วเซาและลั่วเกอ เพื่อให้สามพิภพสงบสุขแล้ว พวกเขาต้องทุ่มเทไปมาก ข้าก็เพียงแต่ ทำเรื่องเล็ก ๆ เพื่อพวกเขาในนามแดนปีศาจก็เท่านั้น [ข้าน้อยเข้าใจแล้ว] ข้าเวียนหัวจังเลย นี่ข้าเป็นอะไรไปหรือ เป็นเพราะเมื่อครู่นี้เจ้าผนึกพลังเทพ [จนทำให้เกิดความไม่สบายกายก็เท่านั้น] ผู้อาวุโสสมุนไพรกำลังฝึกหลอมศิลาดารา ช่วงเวลานี้ เจ้าต้องรีบฝึกฝนวงมงกุฎ แต่ก็ต้องระวังวิธีใช้ด้วย หากเส้นเลือดวิญญาณได้รับความเสียหายเมื่อใด
ผลลัพธ์ที่ตามมาก็ยากที่จะหยั่งรู้ได้ [เป็นอย่างไรบ้าง] ไม่เลวเลย คิดไม่ถึงว่า หลังจากเจ้าผนึกพลังเทพแล้ว [จะยังพัฒนาได้ไวถึงเพียงนี้] [ข้าคิดว่า] [วงมงกุฎกำลังช่วยเหลือข้าอยู่] [ถึงอย่างไรมันก็เป็นอาวุธของเย่าหลิง] [ข้าสัมผัสได้ถึงพลังจำนวนหนึ่ง] [ที่ย้อนกลับสู่ร่างกายของข้า] [ขอแค่ข้ามุ่งมั่นฝึกฝน] [ก็จะใช้พลังของวงมงกุฎได้คล่องแคล่วแล้วละ] หากศิลาจารึกสี่ฤดูเกิดความผิดปกติขึ้นมา ข้าก็ยังช่วยท่านรับมือได้บ้าง ดูท่าแล้ว หลังจากผ่านช่วงเวลาเหล่านี้มา ในที่สุดเจ้าก็คิดได้เสียที หลิ่วเซา เจ้ามักจะ ทำให้ข้าประหลาดใจอยู่เสมอ ข้าอยากจะอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ท่าน ปกป้องสามพิภพไปด้วยกัน ที่สำคัญที่สุด ท่านเอง ก็เป็นคนที่ข้าต้องการปกป้อง [พวกเขาสองคนนี่ดีจริง ๆ พากันลงไปเล่นที่โลกมนุษย์แล้ว] [ข้ายังรอถามเรื่องคำสาปของท่านพี่อยู่นะ] [ไม่รู้เลยว่าเมื่อใดกันที่พวกเขาจะกลับมา] [ท่านเซียนกลับมาแล้ว] ท่านพี่ หลายวันมานี้พวกท่าน อยู่ที่โลกมนุษย์เล่นกันสนุกหรือไม่ [เล่าให้ข้าฟังบ้างสิ] [นี่คือชาที่ชงจากน้ำค้างบุปผาที่ข้าเก็บมาใหม่] [ท่านลองชิมดูสิ] รสชาติดีใช้ได้ เจ้ามาหาข้า [คงมิใช่เป็นเพราะเรื่องนี้เป็นแน่ใช่หรือไม่] [พูดมาเถอะ] [มีเรื่องอันใดหรือ] ข้าน่ะ กำลังคิดถึงเรื่องที่แดนปีศาจ [และตำหนักเซียน] [มีเขตป้องกันระหว่างกันนับหมื่นปี] การลงโทษต่อคนทั้งเผ่าตลอดหมื่นปี ก็น่าจะเพียงพอแล้วใช่หรือไม่ คำสาปนี้เป็นสิ่งที่ท่านเทพร่ายเอาไว้ บัดนี้ยังไม่มีผู้ใดในโลกสามารถแก้ไขได้ แต่ท่านเทพมีเมตตา ต่อให้เป็นคำสาป เมื่อคิดดูแล้ว คงต้องหลงเหลือทางแก้อยู่บ้าง
ที่เจ้ามาพูดเรื่องพวกนี้กับข้า ก็เพื่ออาฝูจวินใช่หรือไม่ บัดนี้ศิลาจารึกสี่ฤดู ใช่ว่าจะไม่สามารถทำลายการคุมขังได้ เพื่อศิลาจารึกสี่ฤดูแล้ว หลิ่วเซาบากบั่นฝึกวงมงกุฎ แต่วัน ๆ เจ้ากลับเอาแต่นึกถึงอาฝูจวินผู้นั้น อาฝูจวินไ่ม่ใช่คนดีอะไรนัก เจ้าอยู่ห่างจากเขาหน่อยก็ดี ท่านพี่ ข้าไม่คิดเช่นนี้หรอกนะ ท่านจะพูดถึงเขาเช่นนี้ไม่ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะมิใช่คนดีอะไร [แต่ก็ไม่ได้ชั่วร้ายจนมิอาจแก้ไขได้] ตอนนี้เจ้าต้องกลับไปเดี๋ยวนี้เลย กักบริเวณเพื่อสำนึกตน ท่านพี่ 「ท่านเซียนลั่วเกอ] [เจ้าตำนักซางจากตำหนักลี่เทียนให้มาเชิญท่าน] ท่านพี่ นี่ ท่านพี่ [ทำได้ดี] [ขอแค่ลั่วเกอกลับสู่ตำหนักเซียน] [ก็จะทำได้เพียงสูญเสียพลังเซียนไปไม่หยุด] [เมื่อเขาอ่อนแอลงหนึ่งส่วน] [ข้าก็จะแข็งแกร่งขึ้นหนึ่งส่วน] [ขอแค่ลั่วเกอเป็นเช่นนี้ต่อไป] [สามพิภพนี้ ก็จะตกเป็นของข้าในสักวัน] [ข้ามีการบำเพ็ญนับหมื่นปี] [จะได้รับผลกระทบ จากกลิ่นอายความชั่วร้ายได้อย่างไรกัน] [จะเป็นข้าได้อย่างไรกัน] [เซียนเวิง ศิลาจารึกสี่ฤดูเกิดรอยร้าวขึ้นอีก] [เจ้าตำหนักซางขอเชิญท่านไปยังตำหนักลี่เทียน] [พวกเขาคงมิได้เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรอกนะ] [รอยร้าวที่เกิดขึ้นใหม่นี้แตกต่างจากเดิม] [มีคนใช้พลังภายนอกทำลายมัน] สามารถแอบซ่อนเข้าไป ยังเขตอาคมศิลาจารึกสี่ฤดู อีกทั้งยังทำลายศิลาจารึกสี่ฤดูได้ [ย่อมต้องเป็นฝีมือคนภายในตำหนักเซียนเป็นแน่] [ก่อนหน้านี้ที่มีการสูญเสียศิษย์ ที่ศิลาจารึกสี่ฤดู] ก็น่าจะถูกคนผู้นี้ทำร้ายเช่นกัน อีกอย่าง จุดที่บ่อละลายกระดูกเชื่อมต่อ กับประตูกำเนิดใต้ศิลาจารึกสี่ฤดู มีกลิ่นอายความชั่วร้ายรั่วไหลออกมาไม่หยุด [พวกเจ้าคิดได้ถูกต้องแล้ว] [ข้าสงสัยมาตลอด]
[ว่าในตำหนักเซียนจะมีคนทรยศ] คนผู้นี้เจ้าเล่ห์ยิ่งนัก [แม้ว่าข้าจะกำจัด กลิ่นอายความชั่วร้ายของถ้ำหยินหยางแล้ว] [ศิลาจารึกสี่ฤดูจะสงบนิ่งได้ชั่วคราวก็จริง] [แต่ช่วงหนึ่งหมื่นปีที่ผ่านมา] [ศิลาจารึกสี่ฤดูได้ต่างจากเดิมไปมากเสียแล้ว] [ที่จริงแล้วข้าเป็นกังวลอยู่มาก] [หากไม่กำจัดคนทรยศภายใน] [ต้องมีสักวันที่ศิลาจารึกสี่ฤดูพังทลายลง] คนผู้นั้นที่อยู่ใต้ศิลาจารึกสี่ฤดู คอยหาโอกาสอยู่เสมอมา เขาคิดจะส่งกลิ่นอายความชั่วร้ายนี้ ไปยังบ่อละลายกระดูก [เพื่อก่อร่างสร้างชีวิตขึ้นใหม่ที่นั่น] ครานั้นตบะของเทพจันทราสูงถึงเพียงใด ก็ยังถูกกลิ่นอายความชั่วร้ายนี้ทำลายสติปัญญาได้ [หากสะสมพลังในบ่อละลายกระดูกได้มากพอแล้ว] [ผู้อาวุโสเซียนทุกท่านในตำหนักเซียน] ก็คงไม่อาจรับมือได้เป็นแน่ กลิ่นอายความชั่วร้ายของบ่อละลายกระดูก ข้าจะไปจัดการด้วยตัวเอง [แต่ขอเตือนผู้อาวุโสเซียนและศิษย์ ที่ถูกกลิ่นอายความชั่วร้ายรุกราน] [พวกเจ้าอย่าได้] เปิดโอกาสให้คนผู้นั้นที่อยู่ใต้ศิลาจารึกสี่ฤดู [จำต้องกำจัดภัยร้ายนี้] [จึงจะวางใจได้] [เซี่ยลิ่งฉี] [เป็นอย่างไรบ้าง] ท่านเซียน ท่านใช้พลังของท่านเพียงลำพัง ก็นำเอากลิ่นอายความชั่วร้ายที่มากถึงเพียงนี้ มาหลอมเป็นมุกน่ะหรือ จะปล่อยให้กลิ่นอายความชั่วร้ายหลงเหลือไว้ไม่ได้ มิเช่นนั้นบ่อละลายกระดูก จะยังคงมีโอกาสกลายเป็น แดนสะสมพลังกลิ่นอายความชั่วร้ายได้ แต่ท่านเซียน เดิมทีท่านก็บาดเจ็บอยู่แล้ว แล้วยังใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์ไปซ่อมศิลาจารึกสี่ฤดูอีก [ตัวท่านจะทนไหวได้อย่างไรกัน] [นี่ก็คือสิ่งที่เขาต้องการ] [ท่านจะบอกว่าที่เขาทำเช่นนี้] [ก็เพื่อให้ท่านสูญเสียพลังวิญญาณน่ะหรือ] [ท่านเซียน] ท่านเซียน ลั่วเกอ ท่านเซียนใช้พลังวิญญาณมากเกินไป เกรงว่าจะบาดเจ็บถึงอวัยวะภายใน และเส้นเลือดวิญญาณแล้ว ข้าจะพาเขาออกไปรักษา เช่นนั้นข้าจะเฝ้าที่นี่ไว้ ข้าจะเฝ้าดูสัตว์ประหลาด ที่ใต้ศิลาจารึกสี่ฤดูนั่นเอง
ส่วนคนทรยศภายในตำหนักเซียนนั่น หากข้าเจอเขาเมื่อใด ข้าต้องจับเขามาให้ได้ ได้ ลำบากท่านนักพรตเซี่ยแล้ว ท่านพี่บ้า ท่านพี่คนเลว รู้จักแต่ขังข้าเอาไว้ เขตอาคมนี่ [ไม่จริงน่า] นี่ข้าทำลายเขตอาคมที่พี่ข้าสร้างไว้ต่อข้าได้ นี่ นี่มันจะเป็นไปได้อย่างไรกัน สวรรค์ ไม่ต้องกังวลไป เพียงแต่เรื่องราวที่เกิดต่อเนื่อง ทำให้ใช้แรงไปเกินกำลังเท่านั้น หากได้พักสักครู่ ก็จะไม่เป็นไรแล้วละ ข้าว่านะ ท่านเซียน ท่านเพิ่งจะดีขึ้นได้ไม่นาน พอกลับมาก็เจอเรื่องใหญ่ที่ต้องจัดการถึงขนาดนี้ แล้วเมื่อใดกันเล่า จึงจะปรับร่างกายให้ดีได้ [ข้าจะบอกท่านให้นะ] อย่าฝืนทำเช่นนี้บ่อย ๆ เลย ข้ารับไม่ไหวหรอก [ร่างกายของท่าน] ก็รับความทุกข์ทรมานซ้ำ ๆ เช่นนี้ไม่ไหวหรอก ไม่มีอะไรน่าห่วงหรอก ถึงอย่างไรลั่วเกอก็เป็นเซียนชั้นสูง ผู้อาวุโสสมุนไพร [ท่านเองก็จริง ๆ เลย] ท่านพูดจาไม่เป็น ก็อย่าได้พูดมั่วซั่วไปเรื่อยสิ [ผู้อาวุโสสมุนไพรพูดถูก] [นี่คือสิ่งที่เจ้าสิ่งชั่วร้ายจงใจให้เกิดขึ้น] [ดูท่าแล้ว] [ช่วงนี้มันน่าจะมีความเคลื่อนไหวอีกเป็นแน่] ลั่วหนิง พี่เจ้ามิได้กักบริเวณเจ้าไว้หรอกหรือ แล้วนี่เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไรกัน ข้ายังอยากจะมาถามผู้อาวุโสเซียนเวิงด้วยซ้ำ ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับท่านพี่ของข้าหรือไม่ [วันนี้] [ข้าเพียงแต่ใช้พลังเพิ่มขึ้นไม่กี่ส่วน] ก็สามารถทำลายเขตอาคมที่ท่านพี่ข้า ร่ายไว้เพื่อขังข้าได้แล้ว
ท่านพี่ของเจ้า ยามที่สร้างเขตอาคม ให้คนในครอบครัวก็มิได้จริงจังนัก อีกทั้ง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับตัวเขาเองด้วย [วันนี้ เขาผนึกกลิ่นอายความชั่วร้าย] ใช้พลังไปไม่น้อยเลย เจ้าถึงได้ประโยชน์เช่นนี้อย่างไรเล่า ท่านพี่ไม่เป็นไรก็พอ เช่นนั้นข้าก็ไม่ไปเยี่ยมเขาแล้วละ มิเช่นนั้น เขาอาจจะขังข้าอีกก็ได้ ครั้งหน้าหากเขาขังเจ้าอีก เจ้าก็บอกเขาไปว่าเซียนเวิงเรียกหาเจ้า หลบมาอยู่กับข้าที่นี่เสีย เซียนเวิงดีที่สุดเลย จริงสิ เซียนเวิง ข้ายังมีอีกเรื่อง ที่อยากจะสอบถามท่านดูหน่อย เรื่องอะไรหรือ เกี่ยวกับเรื่องราวของแดนปีศาจภูตวารี [ข้าอยากรู้ว่า] คำสาปของเผ่าภูตวารี มันมีความเป็นมาอย่างไรกันแน่ ได้สิ ให้เจ้าได้รู้ก็ดี ครั้งนั้น เทพธิดาเจ๋อสุ่ย [ล่วงรู้ว่าคนที่จะแต่งงานเป็นคู่ชีวิตกับนาง] [มิใช่เทพทะเลสาบ] [แต่เป็นราชาปีศาจ] [ตอนนั้นนางคิดอยากจะหนี] [แต่ว่า] [ถูกคุมขังด้วยการผนึกพลังเซียน] [นางถูกบังคับให้ต้องอยู่ที่แดนปีศาจตลอด] [ไม่รู้ได้ว่าผ่านไปนานเพียงใด] [ในที่สุดก็มีอยู่วันหนึ่ง] [นางอาศัยพลังของวิเศษในการแก้ผนึก] [มาถึงยังใต้ต้นสาละ] [วิญญาณต้นไม้] [เจ้าคิดมาเสมอว่า] [พวกเรารักกันด้วยใจจริง] [แต่ว่าตอนนี้เล่า] [บทสรุปของการรักกันด้วยใจจริง] [มันเป็นเช่นนี้หรอกหรือ] [การกระทำเหล่านั้นของพวกเขา] [จะต่างอะไรกับสัตว์เดรัจฉานอย่างนั้นหรือ] [เมื่อเซียนและปีศาจไม่อาจร่วมทางกันจริง ๆ] [ที่แท้] [สิ่งที่เหล่าผู้อาวุโสเซียนกล่าวไว้] [ถึงจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง]