เจ็ดชาติภพ หนึ่งปรารถนา (Love You Seven Times) | EP.1 ( FULL EP) ซับไทย | iQIYI Thailand
[รายการนี้มีคำบรรยายภาษาไทย] [เจ็ดชาติภพ หนึ่งปรารถนา] [ประตูหนานเทียน] [สมัยบรรพกาล] [แรกเบิกฟ้ามหาแดนเมฆา] [หกพิภพจึงได้ถือกำเนิดขึ้น] [ในแต่ละมุมของโลก] [จะว่าไปแล้วพิภพที่ข้าพำนักอยู่นี้] [เป็นถึงพิภพที่มีอำนาจและชื่อเสียงมากที่สุด] [ในหกพิภพเชียวนะ] [ตั้งอยู่เหนือมหาแดนเมฆา] [อยู่จุดสูงสุดของหกพิภพ] [ณ บัดนี้] [พิภพสวรรค์] [ตำหนักสวรรค์เก้าชั้น] [ตอนที่ 1] [พิภพสวรรค์ของพวกเราน่ะ] [หอบุพเพ] [เรียกได้ว่า] [เป็นพิภพที่มีเหล่าเซียนรวมตัวกัน] [มีผู้คนจากหลากหลายที่] [เหล่าเทพจากทั่วสารทิศ] [ซึ่งมีหน้าที่แตกต่างกันไป] [หนึ่งในนั้น] [ย่อมขาดที่ที่ข้า] [สังกัดอยู่อย่างพอบุพเพ] [ไปมิได้] [หอบุพเพในพิภพสวรรค์นี้] [เป็นถึงสถานที่ที่สำคัญยิ่งนัก] [คอยดูแลเรื่องบุพเพของหกพิภพเชียวนะ] [คำโบราณกล่าวไว้ได้ดี] [ยามสองคนมีใจต่อกันต้องทอดสะพาน] [เด็กหนุ่มเด็กสาวต้องอาศัยด้ายแดงนำพา] [ทุกวัน เหล่าเซียนน้อยในหอบุพเพอย่างพวกเรา] [จะเอาข้อความขอความรัก] [จากทั่วทั้งหกพิภพมาเก็บรวบรวมไว้] [แปรเปลี่ยนเป็นแผ่นสลักขอพร] [แล้วจึงเอาไปคัดลอกลงในบันทึกขอพรวาสนารัก] [นำสิ่งที่บันทึกไว้ในบันทึกขอพร] [มาผูกวาสนารักให้แก่คนทั่วโลก] [ที่มีคนรักทุกคน] [ด้วยด้ายแดงที่มีเพียงเส้นเดียวไม่ซ้ำใคร] [ส่วนข้า] [เป็นเซียนน้อยคนนั้น] [ที่สำคัญที่สุดในพิภพสวรรค์ของเรา] [รับหน้าที่] [ผูกด้ายแดงให้ทุกคน] [โดยเฉพาะ] อาเปียว ข้าเคยบอกแล้วว่าเจ้าทั้งสองไม่เหมาะสมกัน ก็แปลว่าไม่เหมาะสมกัน
[เทพธิดาหอบุพเพ เสียงอวิ๋น] หว่านเหนียง เสี่ยวเสียงจื่อ เสี่ยวเสียงจื่อ เสี่ยวเสียงจื่อ ข้าชื่อเสียงอวิ๋น ๆ ๆ หญิงสาวที่งามดั่งดอกไม้สวยดุจหยกเช่นนี้ ทำไมพอเจ้าเรียก จึงได้กลายเป็นขันทีน้อยในแดนมนุษย์ไปเสียเล่า เสี่ยว… เสียงอวิ๋น [หลี่เทียนอ๋อง] แย่แล้วละ ผู้เฒ่าจันทราร้องไห้อีกแล้ว ไม่เป็นไรหรอก อย่าร้องไห้ไปเลยท่านผู้เฒ่า [หัวหน้าหอบุพเพ ผู้เฒ่าจันทรา] ว่าภายในเจ็ดวัน ถ้าคนแก่อย่างข้า ไม่สามารถช่วยท่านเซียนชูคงผูกด้ายแดงได้อีก ก็… ก็อะไร ก็จะรื้อหอบุพเพของเราทิ้ง เป็นแบบนี้ได้อย่างไรกัน หอบุพเพของพวกเรา แบกรับความปรารถนา ของผู้ที่มีความรักในโลกมนุษย์เชียวนะ อยู่ดี ๆ จะรื้อทิ้งได้อย่างไรเล่า เป็นทูตสวรรค์จากตำหนักไหนกันแน่ จึงได้เหิมเกริมถึงเพียงนี้ กล้ามากลั่นแกล้งหอบุพเพของข้าได้ เสียงอวิ๋นจะต้องหักขาเจ้าหมาบ้านั่น เรียกร้องความยุติธรรมกลับคืนให้แก่ท่านผู้เฒ่า ท่านเทพฮ่าวเซวียน ท่านเทพฮ่าวเซวียน ท่านผู้เฒ่าก็น่าจะเข้าใจบ้าง ว่าท่านเทพนั้นมีงานล้นมือทุกคืนวัน ก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดจาไม่น่าฟังไปบ้าง ทำไมท่านผู้เฒ่าต้องเอามาใส่ใจด้วยเล่า ท่านเซียนชูคงผู้นี้เป็นใครมาจากไหนกันแน่ [เซียนน้อยแห่งหอบุพเพ เจี่ยอวิ๋น] เคยได้ยินเพียงว่า สามหมื่นปีก่อนหน้านี้ เขาฆ่าจอมมารชางไห่ด้วยตัวเอง เพื่อปกป้องหกพิภพให้สงบสุข แต่ข้า มิเคยเห็นหน้าเขามาก่อนเลย อย่าว่าแต่เจ้าเลย
มีคนมากมายที่ไม่เคยเห็น มหาเทพยุคบรรพกาล ลึกลับยิ่งนัก สงสารก็แต่ผู้เฒ่าจันทรา ทุ่มเทกายใจเพื่อผูกด้ายแดงให้แก่เขา สามหมื่นปีมาแล้ว แต่เขาไม่เคยยอมเข้าพิธีแต่งงานเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้แต่วาสนารัก ก็ถูกเขาหลบหลีกไปอยู่หลายครา ที่แท้ก็เป็นปัญหาใหญ่เรื่องวาสนารักนี่เอง แต่ท่านเทพสั่งการลงมาชัดเจนแล้ว ถ้าเกิดต้องรื้อหอบุพเพทิ้ง ข้าก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้ว ท่านผู้เฒ่า เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ พวกท่านลองพิจารณา ลองฝึกเขียนบันทึกชะตากับข้าดูเสียหน่อย สำนักจุติเรายังขาดคนอยู่ เจ้า ข้ามันไร้ความสามารถ ข้าทำหน้าที่ได้ไม่ดี – ข้าเสียใจ – ท่านผู้เฒ่า ข้าไร้ซึ่งความหวังแล้ว ท่านผู้เฒ่า ท่านอย่าได้กังวล เรื่องนี้ เสี่ยวเสียงจื่อจะต้องช่วยท่าน คิดหาวิธีแก้ไขได้แน่นอน ที่จริงแล้วเรื่องนี้… เสี่ยวเสียงจื่อ เจ้าฉลาดหลักแหลมมาตลอด – เรื่องนี้… – ข้ารู้สึกว่าเจ้าจะต้องมีวิธีแน่นอน เสียงอวิ๋น เช่นนั้น ข้าจะลองดู ได้เลย นี่ ไม่ใช่สิ จะว่าไป เมื่อโบราณกาล สามหมื่นปีก่อน มีหมัวหลัว กิเลน ตี้ซิว เผ่าเทพผู้ยิ่งใหญ่ทั้งสามเผ่า เป็นคนก่อตั้งโลกนี้ หนึ่งในนั้นมีชางไห่ ผู้นำเผ่าหมัวหลัว ถูกเลือกให้เป็นจ้าวแห่งหกพิภพ
เพราะมีพลังเทพเหนือใคร แต่แล้วกลับมีเทพพยากรณ์จากเบื้องบน ว่าจักรพรรดิหญิงชางไห่นี้ สุดท้ายจะกลายเป็นมารทำลายโลก [ทั้งหกพิภพตกอยู่ในห้วงสงคราม] [อันตรายยิ่งนัก] [แต่ในตอนนั้นเอง] [มีผู้กล้าหนุ่มน้อยคนหนึ่งที่ไม่ธรรมดา] [ลงมาจากสวรรค์] [แล้วต่อสู้กับนางมารชางไห่] [ชายหนุ่มผู้นั้นสละพลังจากดวงจิตกว่าครึ่งของตัวเอง] [จนในที่สุดนางมารชางไห่ตนนี้ก็ถูกกำจัดไป] [คืนความสงบกลับสู่หกพิภพอีกครั้ง] น่ากลัวถึงเพียงนี้เชียว ชายหนุ่มผู้สง่างามที่ข้าพูดถึงเมื่อครู่ ก็คือตัวเอกที่เราจะผูกวาสนารักให้ในวันนี้ และยังเป็นบุคคล ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของทั้งฟ้าดิน โอรสของจักรพรรดิกิเลน เทพสงครามหกพิภพ ท่านเซียน… ชูคง ทำไมแก่ขนาดนั้นล่ะ นี่ ไม่ใช่คนนี้หรอกกระมัง ต้องขอโทษด้วย หยิบผิดน่ะ หยิบผิดแล้วน่ะ ท่านเซียนชูคง แม้แต่แผ่นหลังยังรูปงามถึงเพียงนี้ เงียบก่อน ๆ ๆ ดังที่ว่ากันว่า ยามเมื่อผู้กล้าสูญสิ้นอำนาจ แม้คนชั้นต่ำก็รังแกเขาได้ วันนี้ บุรุษที่อยู่ในทำเนียบเทพมาตลอดของเรา ในที่สุดก็ตัดสินใจจะลงสู่โลกมนุษย์แล้ว จะเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเทพธิดาอย่างพวกเรา แล้วจะลังเลอยู่ทำไม มัวรออะไรอยู่อีก นี่เป็นโอกาสที่ดีที่ท่านกับท่านเซียนชูคง จะได้ผูกพันวาสนารักเชียวนะ ไม่ต้องรอแล้ว วันนี้เลย ไม่มีทางขาดทุนแน่นอน ข้าจ่ายสามสิบหินวิญญาณ ห้าสิบหินวิญญาณ ข้าจ่ายหนึ่งร้อยหินวิญญาณ ข้าจ่ายหนึ่งร้อยห้าสิบหินวิญญาณ ข้าจ่ายสองร้อยสิบหินวิญญาณ ข้าจ่ายสามร้อยหินวิญญาณ [เสียงอวิ๋นนะ เสียงอวิ๋น]
[เจ้านี่ช่างฉลาดหลักแหลมเสียจริง] [ดูจากท่าทีตอนนี้แล้ว] [ไม่แน่ว่า] [อาจเหลือหินวิญญาณไว้ให้ใช้ด้วย] [จะได้พาผู้เฒ่าจันทรากับเหล่าพี่น้อง] [ไปเที่ยวเล่นที่แดนเทพอื่น ๆ] ข้าจ่ายห้าร้อยหินวิญญาณ ห้าร้อย เยอะขนาดนั้นเลยหรือ เอาละ ทุกคน ร่วมอวยพรไปพร้อมกับข้า – ให้กับท่านผู้นี้… – ข้าจ่ายหนึ่งหมื่นหินวิญญาณ หนึ่งหมื่น ใครกันน่ะ ใครน่ะ เพิ่มศิลาหนี่ว์วาอีกหนึ่งก้อนด้วย [องค์หญิงแห่งตงไห่ อิงสือ] ศิลาหนี่ว์วาหรือ ทำไม ยังไม่พอหรือ พอ ต้องพออยู่แล้ว องค์หญิงอิงสือ ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ท่านเซียนชูคงเป็นของท่านแล้ว พวกเราทุกคน ยินดีกับองค์หญิงอิงสือกันหน่อย – ยินดีด้วย – ยินดีกับองค์หญิงด้วย [เขาหมัวหลัว] เรียนท่านผู้คุมกฎ ในที่สุดเราก็ตามหาอาวุธเทพบรรพกาล อย่างศิลาหนี่ว์วาเจอแล้ว บัดนี้อยู่ในพิภพสวรรค์ ขอเพียงเราแย่งชิงเอาศิลาหนี่ว์วามาได้ ก็จะมีโอกาสฟื้นคืนชีพให้แก่มหาเทพชางไห่ได้แล้ว ท่านผู้คุมกฎ [ผู้คุมกฎเผ่าหมัวหลัว จิ่นเหลียน] พวกเรารอรับคำสั่งเสมอ รอรับคำสั่งเสมอ พิภพสวรรค์สังหารมหาเทพของข้า เข่นฆ่าผู้คนของข้า ทำให้เผ่าหมัวหลัวของข้า โดนมองว่าเป็นหายนะแห่งหกพิภพ ในวันนี้ จิตเทพของมหาเทพชางไห่จะกลับมาอีกครั้ง
สามหมื่นปีมาแล้ว [องครักษ์เผ่าหมัวหลัว เสียเฟิง] ข้ารอเวลานี้มาสามหมื่นปีแล้ว [ประตูหนานเทียน] ท่านเทพ เผ่าหมัวหลัวมีท่าทีดุดัน [ซุนเทียนอ๋อง] เกรงว่า มีเพียงให้เทพสงครามออกโรงเท่านั้น เพื่อฟื้นฟูดวงจิต เวลานี้ชูคงจึงต้องเข้าฌาณ หากว่าฝืนให้เขาออกจากฌาณ เกรงว่าจะเกิดผลสะท้อนกลับได้ [จักรพรรดิสวรรค์ ฮ่าวเซวียน] แต่พิภพสวรรค์ในเวลานี้ กำลังตกอยู่ในอันตราย ความปลอดภัยของสรรพสัตว์ ขึ้นอยู่กับท่านเซียนเพียงผู้เดียว พวกเรารอไม่ได้อีกแล้ว ทางนี้ ข้าจำได้ว่าอยู่ที่นี่แท้ ๆ เชียว [เทพสงครามบรรพกาล ชูคง] นี่ท่าน… จิ่นเหลียนเอ๋ย ข้าเพียงงีบหลับไปชั่วครู่เท่านั้น เจ้ากลับทำให้พิภพสวรรค์ครึกครื้นถึงเพียงนี้ เจ้านี่ช่าง โง่เขลายิ่งนัก อย่าพูดมาก ตรึง เร็ว รีบปกป้องมันไว้เถิด บันทึกขอพรเป็นสิ่งสำคัญของตำหนักสวรรค์เชียวนะ กิเลนทอง ชูคง พลิกแผ่นดินหา แต่กลับอยู่ตรงหน้า หรือว่า เขาก็คือเทพสงคราม ท่านเซียนชูคง [เจ้าสำนักจุติ เทพดาราจุติ] คำทำนายจากสวรรค์ [ภายในพันปี ชางไห่ฟื้นคืนชีพ] ภายในพันปี ชางไห่ฟื้นคืนชีพ ชางไห่ฟื้นคืนชีพ จริงหรือเท็จ ท่านเทพ
หากสำนักจุติคำนวณไม่ผิด เทพบัญชาจากสวรรค์ หกพิภพ เกรงว่าจะเกิดหายนะครั้งใหญ่ ท่านเทพ สามหมื่นปีก่อน ท่านเซียนชูคง แม้ว่าจะสังหารจอมมารชางไห่กับมือ แต่ก็ต้องสูญเสียดวงจิตไปครึ่งหนึ่งจากเหตุนี้ อีกทั้งยังสูญเสียความทรงจำช่วงสงคราม ไปทั้งหมด ช่างเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนที่หนักหนานัก ครั้งนี้ท่านเซียนเข้าฌาณไม่สำเร็จ ดวงจิตได้รับความเสียหาย ผนวกกับการต่อสู้กับจิ่นเหลียน การฟื้นฟูก็ยิ่งช้าลง ด้วยพลังเทพของเทพสงครามในตอนนี้ เกรงว่า สิ่งที่สร้างมาในพันปีคงพังในพริบตา ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ภัยพิบัติแห่งหกพิภพนี้ ก็เข้ามาใกล้แล้วมิใช่หรือ แล้วนี่จะทำเช่นไรกันดี เหล่าเซียนทุกท่านไม่ต้องกังวลไป ถึงแม้จอมมารนั่นจะฟื้นคืนชีพอีกครั้ง ข้าเองก็มั่นใจว่าจะสังหารได้อีกครั้งเช่นกัน ในเมื่อเป็นแบบนี้ พวกเจ้าเหล่าเซียน เหตุใดจึงต้องกังวลเกินเหตุเช่นนี้ พิภพเซียนของข้า มีเทพสงครามชูคงอยู่ เหตุใดต้องกลัวจอมมารชางไห่นั่นด้วย เช่นนี้ ก็แยกย้ายเถอะ ชูคง สามหมื่นปีแล้ว ที่เจ้าทำทุกวิถีทาง แต่ดวงจิตก็ยังไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้เต็มที่ ผ่านเคราะห์กรรมมามากมายนัก มีเพียงเคราะห์กรรมรัก ที่ยังไม่เคยผ่านพ้น เคราะห์กรรมรัก ข้ารู้ว่าเจ้าเกลียดความรักระหว่างชายหญิง แต่บัดนี้ มีเพียงวิธีนี้ที่ยังไม่เคยลอง ข้า ได้ให้หอบุพเพผูกวาสนารักให้เจ้าแล้ว หากว่าผ่านเคราะห์กรรมรักครั้งนี้ไปได้ มันอาจจะฟื้นฟูดวงจิตของเจ้าได้ ขอท่านเทพวางใจ ชูคงไม่มีทางทำให้หกพิภพต้องเกิดเรื่อง ชูคง พี่ ยังกังวลเรื่องเจ้าอยู่ดี เสียงอวิ๋น
ท่านผู้เฒ่ากับหลี่เทียนอ๋องเป็นห่วงเจ้าแทบแย่ ข้าไม่เป็นไร จริงสิ เจ้าตัวขนทองเมื่อครู่นี้ เป็นเทพสงครามหกพิภพ ท่านเซียนชูคงจริง ๆ หรือ ไหนว่า เขาเป็นเซียนยุคบรรพกาล ที่มีอายุห้าหมื่นกว่าปีหรอกหรือ ได้ยินว่าท่านเซียนมีวิชารักษาความอ่อนเยาว์ บ่งบอกได้ว่าวิชาอาคมของเขายากคาดเดา แต่คิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเนื้อที่ตากแห้งมาห้าหมื่นปี จะดูแลรักษาได้ดีขนาดนั้น เจ้าจะผูกด้ายแดงให้ท่านเซียนชูคง กับองค์หญิงอิงสือจริง ๆ หรือ เช่นนั้น คำที่ท่านผู้เฒ่ากล่าวไว้ในคราวก่อน ใช่ว่าเจ้าจะไม่ได้ยิน หากพวกเราไม่สามารถ ผูกวาสนารักให้ท่านเซียนชูคงได้อีกละก็ หอบุพเพของเราก็ต้องหายวับไปกับตา น่าเสียดายที่ศิลาหนี่ว์วาของข้าอันนั้น ยังไม่ทันได้ชื่นชมสักเท่าไร ก็ต้องจากข้าไปแล้ว เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดเพราะของนอกกาย เจ้ารีบคิดหาวิธีเสียดีกว่า ว่าจะผูกวาสนารักนี้ได้อย่างไร พลังเทพนี้ของท่านเซียน บางทีเจ้า เพียงเข้าใกล้ ก็อาจจะถูก เจ้า กำลังคิดอะไรอยู่อีก เจ้าอย่าได้ทำอะไรโดยพลการอีกนะ ข้าทำเรื่องดีจะถือว่าทำโดยพลการได้อย่างไรกัน พวกเราแค่ต้องปิด ไม่ให้ท่านผู้เฒ่ารู้ก็เท่านั้น รอฟังข่าวดีจากข้านะ เสียงอวิ๋น เสียงอวิ๋น ทำอะไรน่ะ ทำอะไรของเจ้าน่ะ ทำตัวเป็นเด็กไปได้ เจ้ากล้าแอบขโมยอาวุธเทพบรรพกาลหรือ นั่นเป็นของวิเศษสำคัญของหอบุพเพเจ้าเชียวนะ ถ้าเกิดผู้เฒ่าจันทรารู้ว่าเจ้า แตะต้องของรักของหวงของเขา อาจจะร้องห่มร้องไห้อีกก็ได้ การเผชิญหน้ากับเทพสงครามบรรพกาล
ก็ต้องใช้อาวุธเทพบรรพกาลสิ ข้าได้ยินคนบอกว่า ถึงจะเป็นคนสองคนที่ไม่มีความเป็นไปได้ หรือแม้จะไม่มีวาสนาต่อกันสักเท่าไร เพียงแค่ได้ผูกด้ายวาสนานี้ ก็จะเป็นการผูกวาสนาให้แก่พวกเขา เป็นวาสนารักที่ไม่อาจทำลาย อาวุธเทพบรรพกาล ในเมื่อมาถึงตรงนี้แล้ว ข้าน่ะ ถึงอย่างไรก็ต้องช่วยเจ้าดู ร้อน ๆ ๆ ของสิ่งนี้มีปัญหา มีปัญหา ไม่ใช่ ข้า… เมื่อครู่ข้า… มัน มัน มัน… ท่านเซียนชูคงจะไม่ระวังตัวในช่วงไหนที่สุด เจ้าน่าจะรู้ใช่ไหมล่ะ [ลานเฉินซิง] [เจ้าลองไปเสี่ยงดวงที่ลานเฉินซิงดู] [นั่นเป็นที่ที่มี พลังวิญญาณของฟ้าดินอยู่มากที่สุด] [บางครั้งท่านเซียนจะไปพำนักอยู่ที่ลานเฉินซิง] [เพื่อดูดซับพลังวิญญาณ ฟื้นฟูดวงจิต] คารวะท่านเซียน คารวะท่านเซียน คนของหอบุพเพ มาที่ลานเฉินซิงทำไมกัน ข้า มาเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ท่านเซียนช่วยชีวิตข้าไว้ อย่างนั้นหรือ วิธีที่เทพธิดาตอบแทนบุญคุณ นั้นช่างน่าสนใจยิ่งนัก เมื่อครู่เจ้าอยู่ข้าง ๆ ข้า ถ้าข้าไม่ห้ามเอาไว้เสียก่อน เจ้าคิดจะทำอันใดหรือ ข้า… ข้า… ข้าคิดจะ… เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใครกัน กล้ามาทำตัวสามหาวต่อหน้าข้า ขอท่านเซียนโปรดไว้ชีวิต ขอท่านเซียนโปรดไว้ชีวิต ข้าผิดไปแล้ว ข้าเห็นว่าท่านโดดเดี่ยว เดียวดายยิ่งนัก
ข้าเลยอยากจะทำเพื่อท่าน เท่าที่ข้าจะสามารถทำได้ เลยคิดจะผูกวาสนารักที่สมบูรณ์งดงาม ให้แก่ท่านเซียน ส่วนที่เมื่อครู่นี้เพราะเหตุใด ข้าจึงเกือบจะแตะต้อง หน้าตาอันงดงามของท่านเซียน นั่นเป็นเพราะข้าคิดว่า ท่านเซียนดูคุ้นตาอยู่บ้าง เหมือนเคยเจอกันมาก่อนหน้านี้ คุ้นตาหรือ ยืนขึ้นสิ เงยหน้าขึ้นมา มองข้า ในที่สุดก็หาเจ้าเจอ เสียงอวิ๋น ผูกวาสนารักให้แก่ข้า เพิกเฉยกฎสวรรค์ ดูหมิ่นอำนาจแห่งเทพเซียน เอาคำพูดของข้าไปป่าวประกาศ ว่าให้รื้อ หอบุพเพ [หอบุพเพจะพังในมือข้าไม่ได้เด็ดขาด] [หากทำตามคำสั่งของท่านเทพได้สำเร็จ] [ได้สร้างผลงาน] [ไม่รู้ว่าจะช่วยให้หอบุพเพอยู่รอดต่อได้หรือไม่] [ไม่สนใจแล้ว] [ต้องสู้แล้วละ] ท่านเซียน ข้า นี่ ข้าเองก็ไม่รู้ ว่าจะแก้ด้ายวาสนาได้อย่างไร ข้า แต่ข้ารู้ ท่านเซียน จะตัดมือข้า หรือจะตัดคอข้าล่ะ เจ้าเดาดูสิ เดี๋ยวนะ ท่านอย่าเข้ามานะ หากท่านเข้ามาอีกก้าวเดียว ข้าจะกระโดดลงไปเลย ท่านเซียน ท่านต้องคิดให้ดี ๆ นะ ถ้าว่าข้าเกิดกระโดดลงไปในบ่อจุติ ทั้งหกพิภพนี้ ท่านก็จะหาข้าไม่เจอแล้ว การกระโดดลงไปในบ่อจุตินั้น หากว่าตกลงไปในพิภพอสูร พิภพสุญตา เช่นนั้นก็อาจจะถึงตายได้เลยนะ เจ้าไม่รู้หรือ
เช่นนั้น… ต่อให้ต้องตกลงไป ในพิภพสุญตา พิภพอสูร ก็จะปล่อยให้ท่านมาห้ามมิได้หรอก ข้า… ท่านอย่าขยับนะ ข้าจะกระโดดลงไปจริง ๆ นะ เช่นนั้นเจ้าก็กระโดดลงไปเลย ข้า ท่านเซียน จู่ ๆ ข้าก็ครุ่นคิดขึ้นมาได้ ข้าคิดว่าระหว่างเราอาจมีความเข้าใจผิดกัน ข้าสามารถอธิบายได้นะ จริง ๆ ก็ไม่จำเป็น… ขอบคุณฟ้าดิน เป็นโลกมนุษย์ เป็นโลกมนุษย์ เหตุใดข้า… จึงสามารถควบคุม อุ้งเท้าที่น่ารักนุ่มนิ่มทั้งสองข้างนี้ได้กันเล่า เดี๋ยวนะ หรือว่าข้า… ข้าเผชิญเคราะห์กรรมกลายเป็นเสือตัวหนึ่ง หมูป่าหรือ เจ้า ท่านเซียนชูคง ท่านเซียนชูคง ดันมาเกิดใหม่เป็นหมูป่า ที่หยาบเช่นนี้หรอกหรือ เจ้า หมูคง ไม่ใช่สิ ชูคง ท่านเซียนชูคง ท่านเซียนชูคง ท่านรอข้าด้วยสิ ท่านรอข้าด้วย ชูคง ท่านเซียน ท่านวางใจเถิด ข้าไม่มีทางพูดออกไปแน่นอน เรื่องที่ท่านกลายเป็นหมูป่า ๆ ๆ ออกไปแน่นอน ชื่อเสียงอันดีงามของข้า จะต้องไม่เกิดข้อผิดพลาดขึ้น ต้อง
ลบล้าง ความทรงจำ ของนาง แย่ละสิ ลืมไปว่าเมื่อเซียนต้องผ่านด่านเคราะห์ พลังเซียนจะหมดสิ้น ดูท่าแล้ว ต้องประจบประแจงเยอะ ๆ เสียหน่อย จึงจะรักษาชีวิตน้อย ๆ นี้ของข้าไว้ได้ ท่านเซียน ท่านเซียน ท่านเซียน ท่านเซียน ไป ไสหัวไป อย่ามาเข้าใกล้ข้า ท่านเซียน ทำอะไรน่ะ อย่าตามข้ามานะ ข้าจะกลับไป ท่านเซียนระวัง เซียนน้อยผู้โอหัง กลัวว่าเมื่อเจ้ากลับไปแล้ว จะตายได้ไม่อนาถพอใช่หรือไม่ ขาเป็นตะคริวเสียแล้ว รออยู่ตรงนั้นอย่าขยับ ข้าจะดึงเจ้าขึ้นมาเอง ไปดูกันเถิด ไป มาได้จังหวะพอดี การผ่านด่านเคราะห์นั้น เมื่อกายหยาบตายไป ร่างเซียนจะหวนคืน ท่านเซียนอย่าได้กลัวไป ข้าจะคุ้มครองท่านเซียนด้วยชีวิตแน่นอน ไป ๆ หลบไป อย่ามาทำลายเรื่องดี ๆ ของข้า วางใจเถิด ข้าจะไม่ยอมให้พวกเขาทำร้ายท่านได้แน่นอน เจ้าน่ะ… ท่านเซียน ใจเย็น ไสหัวไปไกล ๆ หน่อย ท่านเซียน ไสหัวไปสิ
ท่านเซียนอย่าเข้าไปนะ อย่ามาก่อกวนข้า ท่านเซียนชูคง ท่านช่วยทำตัวว่าง่ายหน่อยสิ ไม่ต้องฝืนทำตัวเป็นวีรบุรุษหรอก โอกาสที่จะแสดงถึงความภักดีอยู่ตรงหน้าแล้ว ท่านเซียน คราวนี้ท่านควรจะเชื่อ ในความจงรักภักดีของข้าแล้วใช่หรือไม่ ฝีมือไม่พอ พาเรื่องล้มเหลว รอให้ข้ากลับไปที่พิภพสวรรค์แล้ว ค่อยจัดการกับเจ้าซะ ข้า ไม่ต้องการภาพลักษณ์หรืออย่างไรกัน